อาณาจักรหริภุญชัย

อาณาจักรหริภุญชัย ตั้งอยู่บริเวณ ภาคเหนือของไทย เมื่อราวพุทธศตวรรษ ที่ 17-19 ได้เริ่มเจริญรุ่งเรืองโดยการ รวมตัวของผู้คนหลายเผ่าหลายตระกูล กระจายกันอยู่โดยมีเผ่ามอญเป็นคนกลุ่ม ใหญ่ และเริ่มพัฒนาจนมาเป็นสังคม เมือง โดยมีเมืองลำพูนเป็นศูนย์กลาง อาณาจักรหริภุญชัย ในบริเวณที่ลุ่มตอน ใต้สุดของที่ราบเชียงใหม่มีลำน้ำขนาบ 2 สาย คือ ลำน้ำปิง(สายเก่า) ทางตะวันตก ลำน้ำแม่กวง ทางตะวันออก

การปกครอง ระบบราชาธิปไตย มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตำนานจามเทวีวงศ์โบราณ ได้บันทึก ไว้ว่า ฤๅษีวาสุเทพเป็นผู้สร้างเมือง หริภุญชัยขึ้นในปีพ.ศ. 1310 ทูลเชิญ พระนางจามเทวีซึ่งเป็น เจ้าหญิงจากอาณาจักรละโว้ขึ้นมาครองเมืองหริภุญชัย ต่อมา พ.ศ. 1824 พญามังรายมหาราชผู้สถาปนา อาณาจักรล้านนา ได้ยกกองทัพเข้ายึดเอาเมืองหริภุญชัย อาณาจักรหริภุญชัยจึงสิ้นสุดลงหลังจากรุ่งเรืองมา 618 ปี มีพระมหากษัตริย์ครองเมือง 49 พระองค์ เมืองหลวง เมืองหริภุญชัย (จังหวัดลำพูน)

วัฒนธรรม ชาวหริภุญชัยสืบเชื้อสายมาจากมอญ มีภาษาเป็นของตนเอง ปัจจุบันบางหมู่บ้านจังหวัดลำพูนยัง พูดภาษามอญโบราณและอนุรักษ์วัฒนธรรมมอญโบราณ

วิถีชีวิต ประชาชนประกอบอาชีพเกษตรกรรม และนับถือ ศาสนาพุทธ ในรัชกาลของพระนางจามเทวีนั้น นครหริภุญชัยมี ความเจริญรุ่งเรืองอย่างยิ่ง ประชาราษฎรต่างอยู่ร่วมกันด้วยความ ร่มเย็นเป็นสุข พระพุทธศาสนาได้รับการทำนุบำรุงอย่างดียิ่ง

หลักฐานทางประวัติศาสตร์

1. ตำนานจามเทวีวงศ์โบราณ

2. ศิลาจารึกหริภุญชัย อายุราวพุทธศตวรรษที่ 17 จำนวน 7 หลัก พบในจังหวัด ลำพูน ปัจจุบันอยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหริภุญชัย มีการจารึกด้วยอักษรมอญโบราณ และบางทีขึ้นต้นจารึกเป็นภาษาบาลี แล้วแปลเป็นภาษามอญ หรือบางหลักจารึกทั้งภาษามอญและภาษาบาลีรวมกันไป แสดงให้เห็นว่ามีการใช้ภาษามอญเป็นภาษา ติดต่อในกลุ่มชนชั้น และการที่ใช้ภาษาบาลีรวมด้วย ทั้งยังแสดงให้เห็นว่ากลุ่มชนโบราณที่จังหวัด ลำพูน ในช่วงพุทธศตวรรษที่17 นั้นนับถือพระพุทธศาสนาเป็นหลัก(ลัทธิเถรวาท)

3. โบราณสถานของอาณาจักรหริภุญชัย

               3.1 พระธาตุหริภุญชัย เป็นเจดีย์สี่เหลี่ยมทรงปราสาท สูง 12 ศอก มีซุ้มทวาร เข้า- ออก ทะลุกันได้ทั้งสี่ด้าน มีปราสาทศิลาแลงสี่เหลี่ยมอยู่มุมละองค์

               3.2 สุวรรณเจดีย์เป็นเจดีย์ทรงสี่เหลี่ยม มีซุ้มประดิษฐานพระพุทธรูปยืนชั้นละ 3 ซุ้ม ลดหลั่นกันไปจำนวน 5 ชั้น

               3.3 พระเจดีย์เชียงยัน เป็นเจดีย์ฐานสี่เหลี่ยมทรงปราสาท 5 ยอด มีซุ้มจระนำ ประดิษฐานพระพุทธรูปอยู่ทั้ง 4 ด้าน โดยถัดจากเรือนขึ้นไปเป็นเจดีย์ทรงระฆัง ประดับด้วยลวดลาย ปูนปั้นสวยงาม

               3.4 เจดีย์กู่กุดหรือสุวรรณจังโกฏ เป็นเจดีย์สี่เหลี่ยมก่อด้วยศิลาแลง องค์เจดีย์มีลักษณะ เป็นทรงเหลี่ยมซ้อนลดหลั่นกันขึ้นไป 5 ชั้น แต่ละชั้นมีพระพุทธปางประทานอภัยประทับยืนอยู่ตาม ซุ้มด้านละ 3 องค์ ทั้ง 4 ด้าน รวมทั้งหมด 60 องค์ ภายในพระเจดีย์บรรจุอัฐิของพระนางจามเทวี ปฐมกษัตริย์แห่งนครหริภุญชัย

               3.5 รัตนเจดีย์เป็นเจดีย์ทรงปราสาท ในผังแปดเหลี่ยม มีเรือนธาตุในผังแปดเหลี่ยม ซ้อนกัน 2 ชั้น พระพุทธรูปที่ประดิษฐานภายในซุ้มจระนำชั้นที่ 1 เป็นพระพุทธรูปประทับยืนยกพระ หัตถ์เรือนธาตุชั้นที่ 1 ประดิษฐานพระพุทธรูปนั่ง แสดงปางสมาธิ

พระธาตุหริภุญชัย จังหวัดลำพูน

อาณาจักรทวาราวดี

อาณาจักรทวารวดี เป็นอาณาจักรที่ตั้งอยู่ ระหว่างอาณาจักรศรีเกษตร(ปัจจุบันอยู่ในประเทศพม่า) และอาณาจักรอิศานปุระ อยู่ในประเทศกัมพูชา ดังนั้น อาณาจักรทวารวดีจึงตั้งอยู่ในดินแดนประเทศไทย และ เจริญรุ่งเรืองขึ้นในบริเวณภาคกลางของประเทศไทย ประชาชนของทวารวดีส่วนใหญ่เป็นชาวมอญอพยพมาจากแถบตะวันตกของจีนลงมาทางใต้ตามลำน้ำโขง และแม่น้ำสาละวิน เข้าสู่พม่าตอนล่าง และดินแดนลุ่มน้ำเจ้าพระยา อาณาจักรทวารวดีมีศูนย์กลางอยู่ที่ใดไม่ ปรากฏชัด อาจอยู่ที่นครปฐม ราชบุรี หรือ สุพรรณบุรี ทั้ง 3 แห่งนี้มีร่องรอย เมืองโบราณ ศิลปวัตถุ โบราณสถาน แบบทวารวดีเหมือนๆ กัน แต่มีการ สันนิษฐานว่าอาจมีศูนย์กลางอยู่ที่จังหวัดนครปฐม เพราะพบเหรียญที่นครปฐมมีจารึกภาษาสันสกฤตว่า “ศรีทวารวตีศวรปุณย” แปลว่า “การบุญของผู้ใหญ่ศรีทวารวดี”

การปกครอง ระบบราชาธิปไตย มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

เมืองหลวง ไม่ปรากฏแน่ชัด

วัฒนธรรม ประชาชนของทวารวดีส่วนใหญ่เป็น ชาวมอญ อพยพมาจากแถบตะวันตกของ จีนลงมาทางใต้ตามลำน้ำโขงและแม่น้ำสาละวิน เข้าสู่พม่าตอนล่าง และดินแดนลุ่มน้ำเจ้าพระยา ศิลปวัฒนธรรมของทวารวดีส่วนใหญ่เป็นไปในทางพระพุทธศาสนา ซึ่งจดหมายเหตุจีนได้ระบุว่า อาณาจักรทวารวดีนี้มีวัฒนธรรมทางพระพุทธศาสนาอย่างสูง และยังได้แผ่อิทธิพลทางวัฒนธรรมที่รับมาจากอินเดียไปทั่วทุกภาคของประเทศโดยเฉพาะความเชื่อทางพระพุทธศาสนานิกายเถรวาท รวมถึงตำนานมูลศาสนา และตำนานจามเทวีวงศ์โบราณ ซึ่งเป็นหลักฐานของไทยก็กล่าวถึงความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรทวารวดีไว้เช่นกัน

วิถีชีวิต ในสมัยทวารวดีมีการส่งเสริมด้านสาธารณูปโภค ประชาชนประกอบอาชีพ ทางการเกษตรเลี้ยงสัตว์ การประมง อีกทั้งยังมีฝีมือด้านงานช่างด้านต่าง ๆ ทำการค้าขายกับ ต่างชาติ เนื่องจากเป็นแหล่งที่มีความอุดมสมบูรณ์ ในบริเวณลุ่มแม่น้ำสำคัญ เช่น บริเวณที่ราบ ลุ่มแม่น้ำกลอง ลุ่มแม่น้ำพรรณบุรี ลุ่มแม่น้ำสัก และการค้าขายกับเมืองใกล้เคียง โดยเฉพาะกับชาวต่างชาติโดยทางทะเล เช่น อินเดีย อาหรับ จีน และคาบสมุทรภาคใต้ ยังมีชาวต่างชาติเช่น จีน และอินเดีย นำเรือเข้ามาค้าขายและตั้งถิ่นฐานชั่วคราว ผลิตผลที่สำคัญ คือ ข้าว ของป่า และแร่ธาตุ เมืองที่ตั้งอยู่ใกล้ทางน้ำออกทางทะเลได้สะดวกจะเป็นเมืองท่าศูนย์กลางทางการค้าขาย ส่วนเมืองที่ อยู่ลึกเข้าไปจะเป็นแหล่งรวบรวมสินค้าเพื่อส่งมายังเมืองท่าอีกทีหนึ่ง

หลักฐานทางประวัติศาสตร์

1. หลักฐานที่เป็นลายลักษณ์อักษร ได้แก่ จดหมายเหตุจีนได้ระบุว่า อาณาจักรทวารวดีนี้ มีวัฒนธรรมทางพระพุทธศาสนาอย่างสูงมีความเจริญทางด้านการค้ามาก ตำนานมูลศาสนา และ ตำนานจามเทวีวงศ์ซึ่งเป็นหลักฐานของไทยกล่าวถึงความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรทวารวดีไว้เช่นกัน

2. ศิลปกรรมประติมากรรม ระยะแรกเลียนแบบศิลปะ อินเดีย ต่อมาผสมผสานอิทธิพลพื้นเมืองจนเป็นแบบเฉพาะของทวารวดี ส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับพุทธศาสนา เช่น รูปวงล้อพระธรรมจักรกับกวางหมอบสลักจากหิน ที่นครชัยศรีจังหวัดนครปฐม พระพุทธรูปประทับนั่งห้อยพระบาทปางแสดงธรรมจังหวัดราชบุรี

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ธรรมจักรกับกวางหมอบ
รูปวงล้อพระธรรมจักรกับกวางหมอบสลักจากหิน

3. สถาปัตยกรรมทางพระพุทธศาสนา หลักฐาน ที่สำคัญ คือ โบราณสถานขนาดใหญ่ในสมัยทวารวดี และปรากฏให้เห็นจนถึงปัจจุบัน คือ พระปฐมเจดีย์ (องค์เก่า) ที่จังหวัดนครปฐม ซึ่งองค์ปฐมเจดีย์ องค์ปัจจุบันสร้างครอบเจดีย์ศิลปะทวาราวดีเอาไว

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ พระปฐมเจดีย์
พระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม

อาณาจักรละโว้

อาณาจักรละโว้ เป็นอาณาจักรโบราณ ในดินแดนลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ฝั่งตะวันออก มีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองละโว้ (จังหวัดลพบุรี) มีความเจริญรุ่งเรืองในยุคเดียวกับอาณาจักรทวารวดี แต่ต่อมาเมื่อขอมหรือเขมรโบราณขยายอำนาจเข้ามาในบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้ละโว้ ต้องตกเป็นประเทศราชของขอม และยอมรับในอารยธรรมของชนชาติขอมในที่สุด

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ แผนที่แสดงอาณาเขตอาณาจักรละโว้

การปกครอง ระบบราชาธิปไตย มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

เมืองหลวง คือ เมืองละโว้ (ลพบุรี)

วัฒนธรรม อารยธรรมของชนชาติขอม

วิถีชีวิต ที่ตั้งของอาณาจักรละโว้อยู่ในบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำที่อุดมสมบูรณ์ มีแม่น้ำหลาย สายไหลผ่าน ได้แก่ แม่น้ำเจ้าพระยา ป่าสัก และลพบุรี เป็นเส้นทางคมนาคม ที่ส่งเสริมการค้าขาย ระหว่างเมืองต่าง ๆ มีการติดต่อค้าขายกับพ่อค้าต่างชาติ ทำให้ละโว้มีความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจ

หลักฐานทางประวัติศาสตร์จากหลักฐาน ทางด้านโบราณคดีพบว่า ผู้คนส่วนใหญ่ในดินแดนละโว้เป็นชาวมอญ ได้แก่ จารึกภาษามอญโบราณบนเสาหินแปดเหลี่ยมและจารึกบนพระพุทธรูปปางประทานพรที่ลพบุรี และตำนานจามเทวีวงศ์ ที่ เรียกชาวละโว้ว่า“ชาวรามัญ” เป็นต้น หลักฐานซึ่ง แสดงถึงศิลปวัฒนธรรมของขอมที่ผสมผสานอยู่ เช่น พระปรางค์สามยอด ที่จังหวัดลพบุรี ซึ่งอาณาจักรละโว้ รับเอาอิทธิพลการสร้างปรางค์มาจากขอมเป็นต้น

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ พระปรางค์สามยอด จังหวัดลพบุรี
พระปรางค์สามยอด จังหวัดลพบุรี

อาณาจักรตามพรลิงค์

อาณาจักรตามพรลิงค์ มีศูนย์กลางอยู่ ที่นครศรีธรรมราชในปัจจุบันอยู่ทางด้านเหนือ ของอาณาจักรลังกาสุกะ (บริเวณปัตตานี) มี อาณาเขตทางตะวันออกและตะวันตกจรดทะเล อันดามันถึงบริเวณที่เรียกว่าทะเลนอก ซึ่งเป็น บริเวณจังหวัดกระบี่ ในปัจจุบัน

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ แผนที่แสดงอาณาจักรตามพรลิงค์

การปกครอง การปกครองแบบเทวราช มีพระมหากษัตริย์เป็นสมมุติเทพ กษัตริย์สำคัญ คือ พระเจ้าศรีธรรมาโศกราช สถาปนาราชวงศ์ ปทุมวงศ์ขึ้น แผ่อิทธิพลไปทั่วคาบสมุทรภาคใต้

เมืองหลวง เมืองหลวงของอาณาจักรมีการโยกย้ายหลายครั้งตามลำดับดังนี้

1. เมืองบ้านท่าเรือ (ติดเขตตำบลท่าเรือ อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช) เป็นที่ตั้งเมืองยุคแรก เมืองบ้านท่าเรือ ตั้งอยู่ในทำเลที่เหมาะสมในการติดต่อค้าขายทางทะเลมาก แต่เป็นเมืองขนาดเล็ก มีพื้นที่ทำนาเพาะปลูกได้น้อย

2. เมืองพระเวียง (ติดเขตตำบลศาลามีชัย อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช) เป็นที่ตั้งเมืองหลวงในยุคที่สองเป็นเมืองขนาดใหญ่ขึ้น อยู่ในทำเลที่มีพื้นที่ทำนาและเพาะปลูกมากขึ้น สามารถเลี้ยงพลเมืองที่เพิ่มขึ้นได้

3. เมืองนครศรีธรรมราช (บริเวณที่ตั้งศาลากลางจังหวัดในปัจจุบัน) เป็นที่ตั้งเมืองยุคที่สาม เป็นเมืองขนาดใหญ่ สร้างขึ้นในสมัยสุโขทัยหรืออยุธยาตอนต้น

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ก าแพงเมืองนครศรีธรรมราช
กำแพงเมืองนครศรีธรรมราช

วัฒนธรรม อาณาจักรตามพรลิงค์ มีผู้นับถือศาสนาด้วยกัน 2 ศาสนา คือ

1. ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู เมืองตามพรลิงค์เคยตกอยู่ในอำนาจของอาณาจักรฟูนัน ซึ่งได้รับอิทธิพลวัฒนธรรมอินเดีย ทำให้ศาสนาฮินดู-พราหมณ์ได้เข้ามาเผยแผ่ ชุมชนผู้นับถือศาสนา พราหมณ์ในสมัยนั้นอยู่บริเวณเทือกเขานครศรีธรรมราชด้านทิศตะวันตก

2. พระพุทธศาสนา อาณาจักรตามพรลิงค์ยอมรับพระพุทธศาสนาเป็นหลักครอง อาณาจักร เมื่อคณะสมณฑูตจาก พระเจ้าอโศกมหาราช นำหลักธรรมพระพุทธศาสนาเข้ามาเผยแผ่ อย่างเป็นทางการทำให้ประชาชนส่วนใหญ่นับถือพระพุทธศาสนา และเป็นศูนย์กลางการเผยแผ่ พระพุทธศาสนาแบบลังกาวงศ์ไปยังอาณาจักรสุโขทัยและดินแดนทั่วแหลมมลายูด้วย

วิถีชีวิต ประชาชนมีความเป็นอยู่เรียบง่ายๆ มีวิถีชีวิตแบบชาวน้ำ ดำรงชีพด้วยการเพาะปลูก และจับสัตว์น้ำ มีผลผลิตท้องถิ่นมีขี้ผึ้ง ไม้กฤษณา ไม้มะเกลือ กำมะถัน งาช้าง และนอระมาด ในระยะแรกเมืองตามพรลิงค์อยู่ใต้อำนาจของอาณาจักรฟูนันและอาณาจักรศรีวิชัย ต่อมาได้เจริญ รุ่งเรืองขึ้นอาณาจักรตามพรลิงค์กลายเป็นศูนย์กลางการค้าขายที่สำคัญแห่งหนึ่งของภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ มีเมืองท่าทำการค้าขายกับนานาชาติ โดยเฉพาะจีน อินเดีย และอาหรับ

หลักฐานทางประวัติศาสตร์

1. หลักฐานที่เป็นลายลักษณ์อักษร ได้แก่ 1) ตำนานเมืองนครศรีธรรมราช 2) ตำนาน พระบรมธาตุนครศรีธรรมราช 3) วรรณกรรมเรื่องพระนิพพานสูตรทุกส านวน 4) ศิลาจารึก 5) พงศาวดารต่างๆ 6) คัมภีร์มหานิเทศของอินเดียเป็นต้น จากหลักฐานต่างๆ ทำให้สันนิษฐานได้ว่า อาณาจักรตามพรลิงค์เป็นอาณาจักรที่มีความเจริญรุ่งเรืองติดต่อกันมาหลายสมัย

2. โบราณสถานและโบราณวัตถุที่สำคัญ ได้แก่

2.1 เจดีย์พระบรมธาตุ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัด นครศรีธรรมราช องค์เจดีย์เป็นศิลปะแบบลังกา ทรงระฆังคว่ำ รอบพระมหาธาตุ มีองค์ เจดีย์ 158 องค์แต่ละเมืองหมุนเวียนกันดูแล องค์พระบรมธาตุเจดีย์ มีการส่งดอกไม้เงิน ดอกไม้ทองบูชาพระบรมธาตุฯ อย่างสม่ำเสมอ

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ เจดีย์พระบรมธาตุ จังหวัดนครศรีธรรมราช
เจดีย์พระบรมธาตุ จังหวัดนครศรีธรรมราช

2.2 พระพุทธสิหิงค์ ประดิษฐาน ณ หอพระพุทธสิหิงค์ จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ขัดสมาธิเพชรแบบขนมต้ม มีพระพักตร์กลม อมยิ้ม พระอุระอวบอ้วน ประทับนั่งในท่าขัดสมาธิเพชร เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดนครศรีธรรมราช ตำนานของพระพุทธสิหิงค์ กล่าวว่า พระพุทธสิหิงค์ สร้าง ที่ประเทศลังกา เมื่อ พ.ศ.๗๐๐ พ่อขุนรามคำแหงแห่งกรุง สุโขทัยได้ ทรงขอให้พระเจ้าศรีธรรมโศกราช จัดส่งราชทูต ไปลังกาขอพระพุทธรูปองค์นี้มาบูชา และได้อัญเชิญมา ประดิษฐานที่นครศรีธรรมราช

พระพุทธสิหิงค์

2.3 ร่องรอยโบราณสถาน”เขาคา” พบอยู่บนเขาคา ตำบลสำเภา อำเภอสีชล จังหวัดนครศรีธรรมราช ทำให้สันนิษฐานได้ว่า ชุมชนบริเวณนี้นับถือศาสนาพราหมณ์ ซึ่งมีการ เดินทางเข้ามาเผยแผ่ในยุคสมัยนั้น

โบราณสถานเขาคา จุดที่ 1 และ 2
โบราณสถาน “เขาคา” จุดที่ 1และ2

2.4 หอพระนารายณ์ ภายใน ประดิษฐานเทวรูปพระนารายณ์สลักจากหิน ทรายสีเทาทรงหมวกรูปกระบอกปลายสอบ และพระหัตถ์ขวาทรงสังข์ไม่ปรากฏหลักฐานแสดงยุคสมัยและรูปแบบสถาปัตยกรรมในการก่อสร้าง

2.5 หอพระอิศวรและเสาชิงช้า โบราณสถานในศาสนาพราหมณ์ เป็นที่ประดิษฐาน เทวรูปอิศวรหลายองค์ ปางต่างๆ กัน เทวรูปทั้งหมดนี้หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ นับว่าเก่าแก่มีค่ายิ่งนัก

หอพระนารายณ์(ซ้าย) หอพระอิศวรและเสาชิงช้า (ขวา)

อาณาจักรศรีวิชัย

อาณาจักรศรีวิชัย ศูนย์กลางของอาณาจักรอยู่ที่เมืองปาเล็มบัง เกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซียและมีอาณาเขตครอบคลุมมลายูเกาะชวา เกาะสุมาตรา ช่องแคบมะละกา ช่องแคบซุนดา และบริเวณภาคใต้ของประเทศไทย พื้นที่อาณาจักรแบ่งได้สามส่วน คือ ส่วนคาบสมุทรมลายูเกาะสุมาตรา และ หมู่เกาะชวา

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ แผนที่แสดงอาณาเขตอาณาจักรศรีวิชัย

การปกครอง ระบบราชาธิปไตย มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

เมืองหลวง ศูนย์กลางของ อาณาจักรศรีวิชัยอยู่ที่เมืองปาเล็มบัง เกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย และมีเมืองสำคัญอีกหลายแห่ง เช่น เมืองจัมบี เมืองไชยา เป็นต้น ปัจจุบันเมืองไชยา เป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นเมืองที่เก่าแก่มากแห่งหนึ่งในทางใต้ของภูมิภาคนี้ เชื่อกันว่าเคยเป็นที่ตั้งของอาณาจักรศรีวิชัยในสมัยโบราณ โดยมีหลักฐานทั้งโบราณวัตถุ และโบราณสถานจำนวนมาก

วัฒนธรรม เป็นอาณาจักรที่มีความเจริญรุ่งเรืองทางด้านศาสนา โดยมีพระพุทธศาสนา เดินทางเข้ามาเผยแพร่ทางเมืองไชยา พุทธศาสนาแบบมหายานจึงเจริญรุ่งเรืองในอาณาจักรศรีวิชัย ส่วนประชาชนทางใต้ของแหลมมลายูส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม ซึ่งได้อิทธิพลมาจากพ่อค้ามุสลิม อาหรับ ที่เดินทางผ่านเพื่อไปยังประเทศจีน ศาสนาอิสลามได้เผยแผ่ไปยัง มะละกา กลันตัน ตรัง กานู ปาหัง และปัตตานีจนกลายเป็นรัฐอิสลามไปในที่สุด

วิถีชีวิต อาณาจักรศรีวิชัยเป็นอาณาจักรที่มีอำนาจทางทะเลตอนใต้ จึงเป็นศูนย์กลางความ เจริญรุ่งเรืองทางการค้าทางทะเล มีเมืองท่าค้าขายที่สำคัญ สำหรับเมืองไชยาโบราณ เดิมเป็นเมืองที่ มีขนาดใหญ่กว่าเมืองตามพรลิงค์(เมืองนครศรีธรรมราช) มีชุมชนเมืองเก่า ศิลาจารึกภาษาสันสกฤต เมืองไชยา ระบุว่า ศรีวิชัยเป็นเมืองท่าค้าพริก ดีปลีและพริกไทยเม็ด โดยมีต้นหมากและต้นมะพร้าว จำนวนมาก

หลักฐานทางประวัติศาสตร์

1. พระบรมธาตุไชยา วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร เป็นเจดีย์เป็นเจดีย์สี่เหลี่ยม ทรงมณฑป ตั้งอยู่บนอุโมงค์ที่บรรจุหีบศิลาใบใหญ่ใส่พระบรมธาตุองค์เจดีย์เป็นรูปสีขระ แปลว่า แบบภูเขา คือ เจดีย์ที่มียอดจำนวนมาก

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ พระบรมธาตุไชยา สุราษฏร์ธานี
พระบรมธาตุไชยา สุราษฏร์ธานี

2. พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร สลักด้วยศิลา เป็นประติมากรรมศิลปะแบบศรีวิชัย พบที่อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานีซึ่งเป็นประติมากรรมที่น่าจะเก่าที่สุด

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร
พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร

3. เครื่องมือเครื่องใช้มีเครื่องปั้นดินเผาทำ เป็นภาชนะหม้อไห ใช้สีเขียนลวดลายและทำเป็นแบบลูก จันทร์นูนขึ้นมาประดับลวดลายอื่นๆ มีลูกปัดทำเป็น เครื่องประดับ

หม้อดินเผา ศิลปะศรีวิชัยพุทธศตวรรษที่ ๑๓-๑๕ จัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาตินครศรีธรรมราช
หม้อดินเผาและคนทีดินเผา

4. มีเงินกลมใช้เรียกว่า นะโม และเงินเหรียญ ชนิดหนา ใช้แลกเปลี่ยนด้วย มีตราดอกจันทร์อยู่ด้านหนึ่งอีกด้านหนึ่งมี ตัวอักษรสันสกฤตเขียนไว้ว่า “วร” ประดับอยู่

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ เงินตราศรีวิชัย
เงินตราศรีวิชัย